OUR STORY

Working Towards a Better Tomorrow

หยั่งรากยืนต้นสู่ทศวรรษที่สองของ ศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ (Art for All) จากการริเริ่มบุกเบิกและทุ่มเทของ  ศาสตราจารย์ ดร.ชาญณรงค์  พรรุ่งโรจน์    ประธานมูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ โดยมีแนวคิดที่ว่า   


              “มนุษย์” ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ คือ กาย  ปัญญา และจิตใจ หากกีฬาเป็นเครื่องมือเป็นเครื่องมือพัฒนาร่างกาย การศึกษาช่วยพัฒนาสติปัญญา “ศิลปะ” จึงเป็นสิ่งจรรโลงใจให้เปี่ยมด้วยความสุขและศานติ


            การใช้ศิลปะเพื่อกล่อมเกลาจิตใจ ปลูกฝังและส่งเสริมคุณธรรมผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเอื้ออาทร ตลอดจนการสร้างสภาวะสะเทือนใจ โดยการรวมบุคคลที่มีประสบการณ์ทางร่างกายแตกต่างกัน มาเป็นเงาสะท้อนความคิดและจิตวิญญาณ สร้างความหลากหลายให้เป็นความงดงาม ด้วยการให้คนตาบอดทำหน้าที่ เสมือนเป็นปาก-หู คนหูหนวกช่วยทำหน้าที่เป็นตาให้กับกลุ่ม ในขณะที่คนพิการทางร่างกายเป็นปัญญา คนปัญญาอ่อนซึ่งมีร่างกายสมบูรณ์เป็นแรงกายให้กับเพื่อนสมาชิก ผ่านการประสานของคนไม่พิการที่มีเมตตาจิต ส่งผลให้ห้าคนรวมเป็นหนึ่งอัจฉริยะ


จากศิลปะเพื่อเยาวชน พัฒนาไปสู่ศิลปะเพื่อผู้ต้องขังในเรือนจำ ตามพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อช่วยให้ก้าวข้ามขีดจำกัดสภาพแวดล้อมทางกายไปสู่ความสงบศานติทางใจ เพื่อสร้างแนวทางพัฒนาชีวิตท่ามกลางเงื่อนไขการมีโซ่ตรวนต่างอาภรณ์ ให้จุดสว่างในความมืดที่สุดของจิตวิญญาณมนุษย์ในแดนประหาร

            ภายใต้ปรัชญา “ก้าวข้ามขีดจำกัด” ซึ่งหมายถึง การก้าวข้ามขีดจำกัดทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ตลอดจนขีดจำกัดของสภาพแวดล้อมทางกายภาพมุ่งไปสู่การพัฒนาศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ โดยการเรียนรู้และแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเอื้ออาทรและมีคุณธรรมเพื่อสังคมในอนาคต ส่งผลให้ ศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ (Art for All) เป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน องค์กรอิสระทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งมีการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และตกผลึกองค์กรความรู้ที่สามารถนำไปพัฒนาเป็นนโยบายในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลทั้งภายในระดับองค์กรหรือระดับประเทศได้ ภายใต้ ปณิธาน “ความคิดสร้างสรรค์ควบคู่คุณธรรม นำความสุข”


เพื่อให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นแหล่งเรียนรู้ทักษะชีวิต  มูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ (Art for All Foundation) จึงได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชนเป็นบุคคล ที่มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีจิตสาธารณะ เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าของสังคม ส่งเสริมและชี้นำสังคมให้ตระหนักถึงการพัฒนาด้านจิตใจ คุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์


ดังนั้น องค์ความรู้ของ  ศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ (Art for All) ซึ่งได้จากการพัฒนากระบวนการในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการจัดการความรู้ผ่ายการปฏิบัติจริง พัฒนาไปสู่ทฤษฎีการร่วมเรียน ห้องเรียนคุณธรรม วัคซีนชีวิต การสร้างเจตนคติ ศิลปะบำบัด ฯลฯ จึงถือเป็นแหล่งความรู้และแหล่งอ้างอิงของแผ่นดิน เป็นผู้นำทางปัญญาและจิตวิญญาณ เพื่อความมั่นคงของชีวิต

            สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นในระดับประเทศนั้น “Art for All” เป็นจุดกำเนิดแนวคิดและวิธีการบริหารจัดการกับปัญหาและการพัฒนาผู้ด้อยโอกาส/ผู้พิการ ส่งผลให้เกิดเครือข่ายด้านศิลปะเพื่อการพัฒนามนุษย์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะศาสตร์องค์ความรู้ “ห้าคนรวมเป็นหนึ่งอัจฉริยะ” รวมถึงสามารถช่วยลดงบประมาณของรัฐ เพื่อการดูแลผู้ด้อยโอกาส/ผู้พิการในที่สุด

 

5 คนรวมเป็น 1 อัจฉริยะ

การใช้ศิลปะเพื่อกล่อมเกลาจิตใจ ปลูกฝังและส่งเสริมคุณธรรมผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเอื้ออาทร ตลอดจนการสร้างสภาวะสะเทือนใจ โดยการรวมบุคคลที่มีประสบการณ์ทางร่างกายแตกต่างกัน มาเป็นเงาสะท้อนความคิดและจิตวิญญาณ สร้างความหลากหลายให้เป็นความงดงาม ด้วยการให้คนตาบอดทำหน้าที่ เสมือนเป็นปาก-หู คนหูหนวกช่วยทำหน้าที่เป็นตาให้กับกลุ่ม ในขณะที่คนพิการทางร่างกายเป็นปัญญา คนปัญญาอ่อนซึ่งมีร่างกายสมบูรณ์เป็นแรงกายให้กับเพื่อนสมาชิก ผ่านการประสานของคนไม่พิการที่มีเมตตาจิต ส่งผลให้ห้าคนรวมเป็นหนึ่งอัจฉริยะ

 

3 พันธกิจหลัก

The Three Missions

วัตถุประสงค์หลักของ “Art for All” มุ่งปลูกจิตสำนึกเยาวชนให้ตระหนักในคุณค่าความเป็นมนุษย์ เพื่อประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นคนดี  และมีคุณค่าต่อสังคม สร้างเจตคติและค่านิยมอันดีงามของสังคมต่อเพื่อนมนุษย์โดยเคารพในความหลากหลาย และมุ่งเน้นทำนุบำรุงและสืบสานศิลปวัฒนธรรม


จึงเป็นที่มาของ “พันธกิจ” ของโครงการ ที่มุ่งเน้น  “การสร้างคุณค่าชีวิตให้กับผู้พิการและก้าวสู่วันข้างหน้า ด้วยการสร้างความสุขสงบในชีวิตให้กับผู้ต้องขัง รวมถึงการสร้างมรดกทางศิลปวัฒนธรรมเพื่อความมั่นคงของชาติ”

5.สำรอง_สุชาดา 6.JPG

สร้างคุณค่าชีวิต

Mission2.png

สร้างความสุขสงบในชีวิต

Doi2.png

สร้างมรดกของชาติ

 

WHO WE ARE?

 

คือ “ศาสตร์แห่งชาติ”

ศาสตร์แห่งชีวิตในการใช้มนุษย์ต่างกระจกสะท้อนความคิดและจิตวิญญาณของกันและกัน ผ่านผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ทางศิลปะ เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในลักษณะองค์รวมด้วยการหลอมรวมความต่าง สานให้เกิดพลัง สร้างคุณค่าศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ด้วยปรัชญา “ก้าวข้ามขีดจำกัด”

 

คือ “วิธีการพัฒนามนุษย์ในลักษณะองค์รวม”

เทคนิคการใช้กิจกรรมศิลปะในการพัฒนาเยาวชนที่มีความสามารถแตกต่างกันทั้งด้านร่างกายและสมอง ให้ร่วมกันสร้างสรรค์งานศิลปะด้วยการเติมเต็มซึ่งกันและกันโดยมีศิลปะเป็นสะพานเชื่อมโยงความคิด ความรู้สึกระหว่างบุคคล เสมือนภาษาใจที่ไร้ข้อจำกัด

 

คือ “ห้องเรียนคุณธรรม”

การก้าวข้ามข้อจำกัดทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา มุ่งไปสู่การพัฒนาศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ โดยการเรียนรู้และแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเอื้ออาทร

 

คือ “ห้องเรียนคุณธรรม”

“Art for All” มุ่งมั่นปลูกฝังคุณธรรม และหน้าที่ต่อสังคมแก่เยาวชน โดยการสร้างสิ่งแวดล้อมให้มนุษย์ที่มีความแตกต่างทางร่างกายได้มีโอกาสร่วมเรียนร่วมฝึกทักษะชีวิตภายใต้บรรยากาศสภาวะแวดล้อมที่งดงาม เป็นห้องเรียนคุณธรรมที่ไม่ต้องมีการบรรยายเหมาะสมสำหรับเยาวชนจะได้เรียนรู้ และฝึกฝนเรื่องวินัย สติ กตัญญู เมตตา อดทน ซื่อสัตย์ ประหยัด ขยัน พึ่งตนเองและไม่เห็นแก่ตัว

 
 

คือ “การก้าวข้ามขีดจำกัด”

การก้าวข้ามข้อจำกัดทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา มุ่งไปสู่การพัฒนาศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ โดยการเรียนรู้และแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเอื้ออาทร

©2018 by มูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ Art For All. Proudly created with Wix.com